02 532 4444
ติดต่อสอบถาม 02 532 4444
หน้าแรก / บทความสุขภาพ / ลูกเลือดกำเดาไหลบ่อย รับมืออย่างไร และเมื่อไรควรพบแพทย์
ลูกเลือดกำเดาไหลบ่อย รับมืออย่างไร และเมื่อไรควรพบแพทย์
11 พฤษภาคม 2026

อาการ “เลือดกำเดาไหล” ในเด็กเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้ปกครองตกใจได้ไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นบ่อย หรือเกิดขึ้นตอนกลางคืนแบบไม่ทันตั้งตัว แต่โดยทั่วไปเลือดกำเดาไหลในเด็กส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง หากรู้วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง และสังเกตสัญญาณที่ควรพาไปพบแพทย์

ทำไมเด็กถึงมีโอกาสเลือดกำเดาไหลได้ง่าย
ภายในโพรงจมูกของเด็กมีเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าของผนังกั้นจมูก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่บอบบาง และระคายเคืองได้ง่าย เมื่อมีปัจจัยกระตุ้นเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้เลือดออกได้ เช่น

  • อากาศแห้ง โดยเฉพาะในห้องปรับอากาศ
  • การแคะจมูกหรือขยี้จมูก
  • ภูมิแพ้ หรือเยื่อบุจมูกอักเสบ
  • การกระแทกจากการเล่น
  • การสั่งน้ำมูกแรง ๆ หรือจามบ่อย

รับมืออย่างไร เมื่อเลือดกำเดาไหล
ความเชื่อที่ว่าเลือดกำเดาไหลแล้วควร “แหงนหน้าขึ้น” เป็นวิธีที่ไม่แนะนำ เพราะอาจทำให้เลือดไหลลงคอ เด็กอาจสำลัก คลื่นไส้ หรืออาเจียนได้ วิธีที่เหมาะสมคือ

  • ให้เด็กนั่งตัวตรง และก้มหน้าลงเล็กน้อย
  • ใช้นิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้บีบส่วนที่นิ่มของจมูกทั้งสองข้าง บีบต่อเนื่องประมาณ 10–15 นาที โดยไม่ปล่อยมือบ่อย ๆ เพื่อเช็กเลือด
  • ให้เด็กหายใจทางปากระหว่างบีบจมูก
  • อาจใช้ผ้าเย็นหรือเจลเย็นประคบบริเวณสันจมูกหรือหน้าผากร่วมด้วย

หลังเลือดหยุด ควรหลีกเลี่ยงการแคะจมูก สั่งน้ำมูกแรง ๆ หรือเล่นรุนแรงในช่วงแรก เพราะอาจทำให้เลือดออกซ้ำได้

สัญญาณแบบไหนควรพบแพทย์?
แม้ส่วนใหญ่จะหยุดได้เอง แต่หากพบลักษณะต่อไปนี้ ควรพาไปตรวจกับกุมารแพทย์อย่างจริงจัง

  • เลือดไหลต่อเนื่องนานเกิน 15–20 นาที แม้บีบจมูกถูกวิธีแล้ว
  • เลือดออกในปริมาณมากผิดปกติ หรือไหลออกเป็นลิ่มเลือดขนาดใหญ่ หรือออกซ้ำบ่อยผิดปกติ
  • มีอาการหน้ามืด ซีด หรืออ่อนแรง หรือดูเหนื่อย
  • มีจ้ำเลือดตามตัว หรือเลือดออกในตำแหน่งอื่นร่วมด้วย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด หรือโรคเกล็ดเลือดต่ำ
  • สงสัยว่ามีสิ่งแปลกปลอมในจมูก
  • เลือดกำเดาไหลในเด็กเล็กมาก โดยเฉพาะอายุน้อยกว่า 2 ปี
  • มีประวัติเลือดออกง่ายในครอบครัว หรือใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด

ดูแลอย่างไร เพื่อลดโอกาสเกิดซ้ำ
การปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันช่วยลดโอกาสเลือดกำเดาไหลซ้ำได้ เช่น

  • ตัดเล็บเด็กให้สั้น เพื่อลดแผลจากการแคะจมูก
  • เพิ่มความชื้นในห้อง โดยเฉพาะห้องที่เปิดแอร์เป็นประจำ
  • ใช้น้ำเกลือพ่นจมูกหรือหยอดจมูกเมื่อจมูกแห้ง
  • ดูแลโรคภูมิแพ้หรือจมูกอักเสบอย่างต่อเนื่อง
  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ฝุ่น และสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เยื่อบุจมูกระคายเคือง

เลือดกำเดาไหลในเด็กมักเกิดจากเส้นเลือดฝอยในจมูกแตกง่าย และส่วนใหญ่ไม่รุนแรง สิ่งสำคัญคือการปฐมพยาบาลให้ถูกต้อง ไม่แหงนหน้า และสังเกตความถี่ ปริมาณเลือด รวมถึงอาการผิดปกติร่วมด้วย หากเลือดออกนาน ออกบ่อย หรือมีจ้ำเลือด/เลือดออกตำแหน่งอื่น ควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : พญ.นวพร เลิศสวัสดิ์วิชา

  • คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • American Academy of Pediatrics (AAP)
บทความสุขภาพ
Copyright © 2020 Bcaremedicalcenter. All Rights Reserved.