02 532 4444
ติดต่อสอบถาม 02 532 4444
หน้าแรก / บทความสุขภาพ / การตรวจการได้ยินทารกแรกเกิด ก้าวแรกของการเรียนรู้ เริ่มจากการได้ยินที่สมบูรณ์
การตรวจการได้ยินทารกแรกเกิด ก้าวแรกของการเรียนรู้ เริ่มจากการได้ยินที่สมบูรณ์
11 มิถุนายน 2026

การได้ยินเป็นพื้นฐานสำคัญของพัฒนาการด้านภาษา การพูด การสื่อสาร และการเรียนรู้ของเด็ก เด็กทารกที่มีปัญหาการได้ยินตั้งแต่แรกเกิด อาจดูเหมือนปกติในช่วงแรก เพราะความผิดปกติอาจสังเกตได้ยากจากภายนอก แต่หากไม่ได้รับการตรวจพบและดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารในระยะยาว

ปัจจุบันจึงแนะนำให้ทารกแรกเกิดทุกคนได้รับการตรวจคัดกรองการได้ยิน เพื่อค้นหาความผิดปกติให้เร็วที่สุด และส่งต่อเพื่อการวินิจฉัยและฟื้นฟูอย่างเหมาะสม

การตรวจคัดกรองการได้ยินแรกเกิด คืออะไร ?
การตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิด คือการตรวจเบื้องต้นเพื่อดูว่าระบบการได้ยินของลูกทำงานได้ดีหรือไม่ การตรวจทำได้ตั้งแต่ช่วงแรกเกิด ใช้เวลาไม่นาน ไม่เจ็บ และไม่เป็นอันตรายต่อทารก

เครื่องมือที่ใช้ตรวจมีหลายแบบ เช่น OAE เป็นการตรวจเสียงสะท้อนจากหูชั้นใน และ AABR เป็นการตรวจการตอบสนองของระบบประสาทการได้ยินระดับก้านสมอง ผลตรวจมักรายงานเป็น “ผ่าน” หรือ “ส่งต่อ”

ผลตรวจ “ผ่านหมายความว่าอย่างไร ?
ผล “ผ่าน” หมายถึง ผลตรวจคัดกรองเบื้องต้นอยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองยังควรสังเกตพัฒนาการด้านการได้ยิน ภาษา และการพูดของลูกอย่างต่อเนื่อง เพราะเด็กบางรายอาจมีปัญหาการได้ยินเกิดขึ้นภายหลังได้ตัวอย่างสิ่งที่ควรสังเกต ได้แก่ ลูกสะดุ้ง หรือหันหาเสียงหรือไม่ ส่งเสียงอ้อแอ้ตามวัยหรือไม่ เริ่มเลียนเสียง หรือพูดคำแรกตามช่วงวัยหรือไม่ หากผู้ปกครองรู้สึกกังวล ควรปรึกษากุมารแพทย์ หรือแพทย์หู คอ จมูก

ผลตรวจ “ส่งต่อหมายความว่าลูกหูหนวกหรือไม่ ?
ผล “ส่งต่อ” ไม่ได้แปลว่าลูกหูหนวกเสมอไป แต่หมายความว่าผลตรวจคัดกรองยังไม่ชัดเจน หรือยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการได้ยินปกติ จึงควรตรวจซ้ำหรือตรวจเพิ่มเติมตามคำแนะนำของแพทย์

สาเหตุที่ผลออกมาเป็น “ส่งต่อ” อาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ลูกขยับตัวขณะตรวจ มีเสียงรบกวน มีน้ำ หรือไขในช่องหู หรือมีภาวะที่ต้องตรวจประเมินเพิ่มเติม ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการมาตรวจตามนัด

ทำไมต้องตรวจการได้ยินตั้งแต่แรกเกิด ?
การสูญเสียการได้ยินตั้งแต่กำเนิดอาจส่งผลต่อพัฒนาการหลายด้านของเด็ก เช่น

  • พัฒนาการด้านภาษาและการพูดล่าช้า
  • การเรียนรู้ และการสื่อสารมีข้อจำกัด
  • ส่งผลต่อพัฒนาการด้านสังคม และอารมณ์
  • อาจกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

โดยทั่วไปควรตรวจคัดกรองการได้ยินภายในอายุ 1 เดือน หากผลตรวจไม่ผ่านหรือมีผล “ส่งต่อ” ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม และหากจำเป็นควรตรวจวินิจฉัยการได้ยินให้เสร็จภายในอายุ 3 เดือน หากสามารถตรวจพบความผิดปกติได้เร็ว เด็กจะมีโอกาสได้รับการรักษา ฟื้นฟู และส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างเหมาะสม

ทำไมต้องตรวจเร็ว ?
ช่วงขวบปีแรกเป็นช่วงสำคัญของพัฒนาการสมอง โดยเฉพาะการได้ยิน ภาษา และการสื่อสาร หากพบปัญหาเร็ว เด็กจะมีโอกาสได้รับการช่วยเหลือเร็ว เช่น การใส่เครื่องช่วยฟัง การฝึกฟัง ฝึกพูด หรือการรักษาอื่นตามความเหมาะสม

สรุป

การตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิดเป็นการตรวจที่เรียบง่าย ปลอดภัย และเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการดูแลสุขภาพเด็กหลังคลอด ช่วยให้สามารถค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก และเปิดโอกาสให้เด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาการ

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตรวจการได้ยิน หรือพัฒนาการของลูกน้อย ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละราย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : พ.ญ.นวพร เลิศสวัสดิ์วิชา กุมารเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์

 

อ้างอิง: คำแนะนำการคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิดของประเทศไทย ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1, พ.ศ. 2569. จัดทำโดยคณะทำงานปรับปรุงหนังสือคำแนะนำการคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิด.

บทความสุขภาพ
Copyright © 2020 Bcaremedicalcenter. All Rights Reserved.