02 532 4444
ติดต่อสอบถาม 02 532 4444
หน้าแรก / บทความสุขภาพ / “ขาดธาตุเหล็ก” ภัยเงียบที่อาจกระทบพัฒนาการสมองของลูก
“ขาดธาตุเหล็ก” ภัยเงียบที่อาจกระทบพัฒนาการสมองของลูก
15 พฤษภาคม 2026

หลายคนอาจคิดว่า “ธาตุเหล็ก” มีหน้าที่แค่ช่วยบำรุงเลือด แต่สำหรับเด็กเล็ก ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต ภูมิคุ้มกัน และพัฒนาการของสมอง โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีแรกของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงที่สมองเติบโตอย่างรวดเร็ว หากเด็กขาดธาตุเหล็กเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดภาวะซีดหรือโลหิตจาง ส่งผลให้เด็กเหนื่อยง่าย กินได้น้อย โตช้า ติดเชื้อง่าย และอาจกระทบต่อความจำ การเรียนรู้ และพัฒนาการในระยะยาวได้

ธาตุเหล็กคืออะไร และสำคัญอย่างไร?
ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ช่วยพาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงสมอง และยังมีบทบาทต่อการเจริญเติบโต และภูมิคุ้มกันของเด็ก หากร่างกายขาดธาตุเหล็ก อาจทำให้เกิดผลตามมา เช่น

  • ภาวะซีด หรือโลหิตจาง
  • โตช้า หรือส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์
  • เหนื่อยง่าย ไม่ค่อยร่าเริง
  • ติดเชื้อ หรือเจ็บป่วยได้ง่าย
  • สมาธิ และการเรียนรู้ลดลง

สังเกตลูกง่าย ๆ
ในระยะแรก เด็กบางคนอาจยังดูปกติ แต่ผู้ปกครองสามารถสังเกตอาการเหล่านี้ได้

  • ดูซีด โดยเฉพาะริมฝีปาก ฝ่ามือ หรือเปลือกตาด้านใน
  • เบื่ออาหาร กินได้น้อยลง
  • เหนื่อยง่าย ไม่ค่อยเล่นเหมือนเดิม
  • ซึม ไม่ค่อยร่าเริง
  • วอกแวกง่าย หรือเรียนรู้ช้าลง

หากพบหลายอาการร่วมกัน ควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติม

2 ช่วงวัยสำคัญที่ไม่ควรพลาดการตรวจคัดกรอง
แนวทางการคัดกรองภาวะโลหิตจางในเด็กปฐมวัยแนะนำให้ตรวจเลือดประเมินความเข้มข้นเลือดในช่วงอายุ 9–12 เดือน และอีกครั้งในช่วงเด็กเล็กก่อนวัยเรียน เช่น ประมาณอายุ 4 ปี

แม้ลูกจะดูแข็งแรงดี การตรวจเลือดช่วยให้พบภาวะซีดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และรักษาได้ทันก่อนกระทบต่อพัฒนาการ

ทารกได้ธาตุเหล็กจากที่ไหน?ทารกที่คลอดครบกำหนด และน้ำหนักตัวปกติ จะมีธาตุเหล็กสะสมจากช่วงอยู่ในครรภ์ ซึ่งโดยทั่วไปเพียงพอในช่วงประมาณ 6 เดือนแรก หลังจากนั้นเด็กจำเป็นต้องได้รับธาตุเหล็กจากอาหารตามวัย และการเสริมธาตุเหล็กตามคำแนะนำ

สำหรับทารกคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักน้อย หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจต้องได้รับธาตุเหล็กในขนาดหรือช่วงเวลาที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป

อาหารที่ช่วยเพิ่มธาตุเหล็กให้ลูก
หลังอายุ 6 เดือน เด็กควรได้รับอาหารตามวัยที่มีธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ เช่น

  • ตับบด
  • ไข่แดง
  • เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ ปลา
  • เลือด หรือเครื่องในสัตว์ที่ปรุงสุกสะอาด
  • ผักใบเขียว เช่น ตำลึง คะน้า ผักโขม บรอกโคลี
  • อาหารที่เสริมธาตุเหล็ก เช่น ซีเรียล หรืออาหารเด็กบางชนิด

ควรกินร่วมกับผลไม้ที่มีวิตามินซี เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ หรือมะเขือเทศ เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น และไม่ควรให้กินอาหารหรือยาธาตุเหล็กพร้อมนม เพราะแคลเซียมในนมอาจลดการดูดซึมธาตุเหล็กได้

เรื่องเล็กที่พ่อแม่มักมองข้าม
หลังอายุ 1 ปี “นม” ควรเป็นอาหารเสริม ไม่ใช่อาหารหลัก เด็กที่ดื่มนมมากเกินไปอาจอิ่มจนไม่ยอมกินข้าว ทำให้ได้รับธาตุเหล็กจากอาหารไม่เพียงพอโดยไม่รู้ตัว

ธาตุเหล็กอาจเป็นสารอาหารเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็น แต่มีผลสำคัญต่อเลือด การเจริญเติบโต ภูมิคุ้มกัน และพัฒนาการสมองของลูก การสังเกตอาการ เลือกอาหารที่มีธาตุเหล็ก ตรวจคัดกรองตามวัย และได้รับยาน้ำเสริมธาตุเหล็กอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ลูกเติบโตได้เต็มศักยภาพ
 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : พญ.นวพร เลิศสวัสดิ์วิชา

  • กรมอนามัย
  • ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย

บทความสุขภาพ
Copyright © 2020 Bcaremedicalcenter. All Rights Reserved.