02 532 4444
ติดต่อสอบถาม 02 532 4444
หน้าแรก / บทความสุขภาพ / ไอเสียงก้องเหมือนสุนัขเห่า อย่าชะล่าใจ : รู้จักโรคครูปในเด็ก
ไอเสียงก้องเหมือนสุนัขเห่า อย่าชะล่าใจ : รู้จักโรคครูปในเด็ก
22 พฤษภาคม 2026

ไอเสียงก้อง หายใจมีเสียง สัญญาณที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม ลูกไอเสียงแปลกเหมือน "สุนัขเห่า" หรือมีเสียงหายใจดังตอนกลางคืน อาการแบบนี้อาจไม่ใช่แค่หวัดธรรมดา แต่อาจเป็น "โรคครูป" โรคทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก และบางครั้งอาการอาจรุนแรงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

โรคครูปคืออะไร ?
โรคครูป (Croup) หรือ ภาวะกล่องเสียงและหลอดลมอักเสบ คือการติดเชื้อไวรัสบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน โดยเชื้อที่พบมากที่สุดคือ ไวรัสพาราอินฟลูเอนซา การอักเสบนี้จะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนบวมขึ้น โดยเฉพาะบริเวณใต้กล่องเสียงเนื่องจากทางเดินหายใจของเด็กเล็กมีขนาดแคบกว่าผู้ใหญ่ เมื่อเกิดการบวมเพียงเล็กน้อยจึงส่งผลให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจได้ง่ายและรวดเร็ว

 

พบได้บ่อยในเด็กวัยไหน ?
จากข้อมูลระบาดวิทยาในประเทศไทยพบว่า โรคนี้มักพบมากที่สุดในเด็กช่วงอายุ 0-4 ปี และพบรองลงมาในกลุ่มเด็กอายุ 5-9 ปี โดยมักจะพบผู้ป่วยได้บ่อยในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว

สาเหตุส่วนใหญ่นั้นเกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยมีไวรัสพาราอินฟลูเอนซาเป็นสาเหตุหลัก รวมถึงอาจเกิดจากเชื้ออาร์เอสวี และไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้เช่นกัน

“3 ส.” สัญญาณสำคัญที่ควรสังเกต
โรคครูปมีลักษณะเฉพาะที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้เบื้องต้น ดังนี้

  • เสียงไอ : ไอเสียงก้อง คล้ายเสียงสุนัขเห่า
  • เสียงหายใจ : หายใจเข้าแล้วมีเสียงหายใจเข้าเสียงดัง ฮืด/ครืด หรือเสียงแหลม
  • เสียงแหบ : เสียงเปลี่ยนจากกล่องเสียงที่บวมอักเสบ

หากมีอาการดังกล่าว ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

สัญญาณอันตราย (Red Flags) เมื่อไหร่ที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที?

  • หายใจเสียงดังแม้ขณะพัก
  • หายใจแรงจนหน้าอกหรือคอบุ๋ม
  • ซึมลง หรือกระสับกระส่ายผิดปกติ
  • ปลายมือปลายเท้าเริ่มเขียว
  • กลืนน้ำลายไม่ได้ หรือน้ำลายไหลมาก

 

ดูแลเบื้องต้นอย่างไร ?
หากอาการยังไม่รุนแรง ให้พยายามปลอบให้เด็กสงบ อุ้มหรือจัดให้นั่งในท่าที่หายใจสบาย ให้ดื่มน้ำหรือนมตามปกติ และหลีกเลี่ยงการทำให้เด็กร้องไห้มาก เพราะอาจทำให้อาการหายใจเสียงดังแย่ลงได้

ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง โดยเฉพาะยากดไอหรือยาปฏิชีวนะ เพราะโรคครูปส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส และการรักษาควรพิจารณาตามความรุนแรงของอาการ

การป้องกัน
เนื่องจากสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส การป้องกันที่ดีที่สุดคือ

  • ล้างมือบ่อย ๆ และสอนให้เด็กปิดปากปิดจมูกเวลาไอหรือจาม
  • หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปที่แออัดในช่วงที่โรคทางเดินหายใจระบาด
  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับคนที่มีไข้ ไอ หรือมีน้ำมูก
  • ทำความสะอาดของเล่นและของใช้เด็กอย่างสม่ำเสมอ
  • รับวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจบางชนิด

โรคครูปอาจเริ่มเหมือนหวัดธรรมดา แต่จุดสำคัญคือ “ไอเสียงก้อง” และ “เสียงดังเวลาหายใจเข้า” หากลูกมีอาการหายใจลำบาก หายใจเสียงดังตอนพัก หรือมีอาการซึมลง ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันที

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : พญ.นวพร เลิศสวัสดิ์วิชา

  • สมาคมโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย. (2562). แนวทางการดูแลรักษาโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจในเด็ก พ.ศ. 2562
  • Red Flags in Pediatric Acute Stridor. Chulalongkorn University Pediatric Academy (CUPA)
บทความสุขภาพ
Copyright © 2020 Bcaremedicalcenter. All Rights Reserved.