ทุก ๆ 3 วินาที จะมีผู้ป่วยอัลไซเมอร์รายใหม่เพิ่มขึ้น 1 คนบนโลกใบนี้ ตัวเลขนี้อาจดูไกลตัว แต่ในประเทศไทยเอง มีผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมมากกว่า 700,000 คน และกำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เมื่อสังคมเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์”
อัลไซเมอร์จึงไม่ใช่แค่เรื่องของผู้สูงวัย แต่เป็นเรื่องที่เราทุกคนควรเริ่มทำความเข้าใจตั้งแต่วันนี้
เมื่อสมองเริ่มมี “สิ่งผิดปกติสะสม”
โรคนี้ถูกอธิบายครั้งแรกโดย ดร.อาลอยส์ อัลไซเมอร์ (Alois Alzheimer) จิตแพทย์และนักพยาธิวิทยาทางระบบประสาทชาวเยอรมัน ในปี ค.ศ. 1906 สิ่งที่พบ คือการสะสมของโปรตีนบางชนิดในสมองที่ค่อย ๆ รบกวนการทำงานของเซลล์ประสาท
เมื่อสะสมมากขึ้น การสื่อสารของเซลล์สมองจะเริ่มผิดปกติ และนำไปสู่การเสื่อมของความจำในที่สุด
อะไรทำให้สมองเสื่อมเร็วขึ้น?
อายุยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะหลังอายุ 65 ปี ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นชัดเจน รวมถึงพันธุกรรม เช่น ยีน APOE4 ที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรค แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ “ไลฟ์สไตล์” ก็มีบทบาทไม่น้อย แนวคิดจากงานวิจัยของนายแพทย์เดล เบรเดเซน แพทย์อายุรกรรมประสาทที่สหรัฐอเมริกา ชี้ให้เห็นว่า มีปัจจัยเสี่ยงหลายด้านที่เกี่ยวข้อง เช่น
ทั้งหมดนี้ อาจเป็นปัจจัยที่ค่อย ๆ ส่งผลต่อสมองในระยะยาว
รู้ก่อน… ชะลอได้
ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการชัดเจนจึงค่อยเข้ารับการตรวจ สามารถเริ่มคัดกรองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น
การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก ช่วยให้วางแผนดูแลและชะลอการดำเนินโรคได้ดีขึ้น
แล้วเราทำอะไรได้บ้างตั้งแต่วันนี้?
แม้ปัจจุบันการรักษาจะยังไม่สามารถทำให้หายขาด แต่การดูแลตัวเอง สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้
สรุป
อัลไซเมอร์ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความจำที่หายไป” แต่เป็นผลลัพธ์ของหลายปัจจัยที่สะสมมาตลอดชีวิต การเริ่มดูแลสมองตั้งแต่วันนี้ อาจช่วยให้เรายังจดจำช่วงเวลาสำคัญได้ไปอีกนาน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : องค์การอนามัยโลก (WHO), กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)