02 994 8201-3
ติดต่อสอบถาม 02 994 8201-3
หน้าแรก / บทความสุขภาพ / ทางเลือกใหม่ ปวดหัวไมเกรน รักษาด้วยโบทูลินัมทอกซิน โดยแพทย์เฉพาะทางระบบประสาทและสมอง
ทางเลือกใหม่ ปวดหัวไมเกรน รักษาด้วยโบทูลินัมทอกซิน โดยแพทย์เฉพาะทางระบบประสาทและสมอง
07 ตุลาคม 2020

“ไมเกรน” เป็นอาการปวดศีรษะที่พบได้บ่อยและนับว่าเป็นอาการปวดศีรษะที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะพบได้ในคนทุกเพศทุกวัยแล้ว บางคนอาจมีอาการปวดบ่อยครั้งขึ้น รุนแรงขึ้น และยาวนานขึ้น จนกลายเป็นอาการ “ปวดหัวเรื้อรัง” สร้างความทุกข์ทรมานและส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งในปัจจุบัน มีการนำเทคนิคการฉีดโบทูลินัมทอกซินมาใช้ในการป้องกันอาการไมเกรน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมีทางเลือกในการรักษา และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ปวดศีรษะแบบไหน เรียกว่า “ปวดไมเกรน”

ปวดศีรษะธรรมดามักจะปวดทั่วทั้งศีรษะ ส่วนใหญ่เป็นอาการปวดตื้อๆ ที่ไม่รุนแรง และมักจะไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการคลื่นไส้ และส่วนใหญ่จะหายได้เองเมื่อได้นอนพัก แต่อาการปวดศีรษะไมเกรนจะรุนแรงมากกว่า ซึ่งบางครั้งอาจปวดจนทำอะไรไม่ได้ ต้องนอนนิ่ง ๆ พักไป ซึ่งอาการปวดดังกล่าวจะแย่ลงได้จากสิ่งกระตุ้นภายนอก เช่น แสง เสียง หรือ กลิ่น ผู้ป่วยบางรายมักมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย ไมเกรนส่วนใหญ่มักจะปวดนานตั้งแต่ 4 ชั่วโมงขึ้นไป ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดยาวนานถึง 3 วัน

 

ไมเกรน หากปล่อยไว้ อันตรายแค่ไหน

โรคไมเกรนเป็นโรคที่สร้างความรำคาญมากกว่า โดยทั่วไปในระยะแรกของการเป็นโรคไมเกรนอาการปวดค่อนข้างไม่รุนแรงมาก ความถี่ในการเป็นก็จะไม่บ่อยมาก อาจจะนานๆครั้งแต่ถ้าปล่อยไว้แล้วไม่ได้รักษาอย่างถูกต้อง การปวดมักจะรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ถึงขั้นรับประทานยาทั่วไปแล้วก็ยังไม่สามารถหยุดอาการได้ ความถี่ในการเป็นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในบางรายเป็นทุกวัน ก็จะเริ่มมีปัญหากับการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะบางรายอยู่ในช่วงวัยเรียน ก็ไม่สามารถไปเรียนได้ วัยทำงานก็ไม่สามารถทำงานได้ แต่ไม่ได้ส่งผลร้ายต่อการเป็นโรคอื่น ๆ

 

ฉีดโบทูลินัมทอกซิน ไม่ต้องทนปวดไมเกรน 

การป้องกันการปวดศีรษะไมเกรนมีมากมายหลายวิธี เช่น การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น การรับประทานยาป้องกัน การฉีดยาลดการทำงานของเส้นประสาท การออกกำลังกาย รวมไปถึงทางเลือกใหม่ คือ การฉีดยารักษาไมเกรนด้วยโบทูลินัมทอกซิน ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีทางการแพทย์ด้านความงามที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี

นอกจากช่วยโรคไมเกรนแล้ว โบทูลินัมทอกซินยังใช้บรรเทาและรักษาอาการของโรคอื่นทางระบบประสาทและสมองได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาการเคลื่อนไหวผิดปกติ กล้ามเนื้อแข็งเกร็งผิดปกติ ภาวะนอนกัดฟัน โรคหน้ากระตุกครึ่งซีก โรคคอบิด ภาวะการหลั่งเหงื่อหรือน้ำลายมากผิดปกติ เป็นต้น

 

วิธีรักษาไมเกรนด้วยโบทูลินัมทอกซิน

อ้างอิง: https://www.webmd.com/migraines-headaches/botox-migraines

โบทูลินัมทอกซิน เป็นยาที่ออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ อีกทั้งใช้ได้ผลกับอาการปวดศีรษะไมเกรนเพราะช่วยสกัดกั้นสารเคมีที่เรียกว่าสารสื่อประสาทที่ส่งสัญญาณความเจ็บปวดจากสมอง โบทูลินัมทอกซินก็เปรียบเสมือนก้างขวางคอในทางเดินนั้น จะหยุดสารเคมีก่อนที่จะไปถึงปลายประสาทบริเวณศีรษะและคอของคุณ ดังนั้นหากฉีดโบทูลินัมทอกซิน ไปยังกล้ามเนื้อต่าง ๆ รอบศีรษะที่มีเส้นประสาทที่เกี่ยวกับการปวดไมเกรน จะช่วยให้อาการปวดไมเกรนลดลงได้ชัดเจน แต่อาจต้องแน่ใจก่อนว่าเป็นอาการปวดไมเกรนเรื้อรัง เพราะหากฉีดในคนที่เป็นไมเกรนไม่มากนัก อาจออกฤทธิ์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร

แพทย์จะฉีดโบทูลินัมทอกซินรอบๆ ศีรษะจำนวน 30 - 40 จุด โดยจะฉีดไปยังศีรษะทั้ง 2 ด้านในปริมาณเท่าๆ กัน แต่หากคุณมีอาการปวดศีรษะด้านใดด้านหนึ่งมากกว่า อาจจำเป็นต้องเพิ่มการฉีดยาไปยังศีรษะด้านนั้นให้มากขึ้น หลังจากการรักษาในครั้งแรกประมาณ 2 ถึง 3 สัปดาห์จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ว่าอาการปวดศีรษะไมเกรนดีขึ้น

 

ใครบ้างที่สามารถฉีดโบทูลินัมทอกซิน ป้องกันไมเกรนได้

สำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นที่ต้องได้รับการป้องกันการปวดศีรษะไมเกรนมีหลายกลุ่ม เช่น ผู้ป่วยที่มีอาการปวดศีรษะรุนแรง ปวดศีรษะบ่อย ปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป ปวดศีรษะโดยที่รับประทานยาแก้ปวดไม่หาย โดยการป้องกัน
ไมเกรนนี้ จะทำให้ความถี่ รวมถึงความรุนแรงของการปวดศีรษะลดน้อยลง เนื่องจากตัวยาจะไปออกฤทธิ์ที่เส้นประสาท

โดยโบทูลินัมทอกซิน ที่ใช้ในการรักษาไมเกรนนั้น จะเป็นโบทูลินัมทอกซิน ชนิดเดียวกันกับที่แพทย์ใช้ในด้านความงาม เพียงแต่ในการรักษาไมเกรน แพทย์จะฉีดโบทูลินัมทอกซิน รอบๆ ศีรษะจำนวน 31 จุด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้การรักษาด้วยโบทูลินัมทอกซิน เป็นวิธีที่ปลอดภัย

 

ปวดศีรษะ บางครั้งอาจไม่ใช่ไมเกรน ควรพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุ

ผู้ป่วยหลายรายเข้าใจว่าอาการปวดไมเกรนสามารถรักษาได้ด้วยการทานยา  ซึ่งปวดไมเกรนเป็นอาการที่ค่อนข้างจะรุนแรง สร้างความทุกข์ทรมาน ทำให้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย รวมทั้งในบางครั้งอาการปวดศีรษะที่เป็นอยู่ ก็อาจไม่ใช่อาการของไมเกรน แต่อาจเป็นอาการปวดศีรษะประเภทอื่น หรือมีเนื้องอกซ่อนอยู่ หรือมีเลือดออกในสมอง เป็นต้น หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลอันตรายได้ หรือในกรณีที่เป็นอาการปวดศีรษะไมเกรนแต่ได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้อง การซื้อยามาทานเองบ่อยๆ และทานติดต่อกันมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดภาวะปวดศีรษะจากการใช้ยาแทน ซึ่งจะมีความรุนแรงมากกว่าและรักษาได้ยากกว่า  อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดศีรษะรุนแรงหรือค่อนข้างถี่ ควรมาพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ทั้งนี้เพื่อเริ่มต้นวางแผนการรักษาให้ตรงกับสาเหตุอาการปวดที่แท้จริง

 

บทความสุขภาพ
Copyright © 2020 Bcaremedicalcenter. All Rights Reserved.